โฆษกแจงปมเปิด บริจาคกราดยิงหนองบัวลำภู ชี้เป็นแค่ทางเลือกเท่านั้น

โฆษกแจงปมเปิด บริจาคกราดยิงหนองบัวลำภู ชี้เป็นแค่ทางเลือกเท่านั้น

รัฐบาลแจงหลังถูกวิจารณ์ปม บริจาคกราดยิงหนองบัวลำภู ชี้เป็นแค่ทางเลือกเท่านั้น เผยจ่ายเงินเยียวยาแล้ว 13 ล้าน นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงและความคืบหน้ากรณีที่ รัฐบาลเปิดรับบริจาคกราดยิงหนองบัวลำภู ตามที่มีการเปิดรับเงินและมีการวิพากษ์วิจารณ์ไปก่อนหน้านี้นั้น

นาย อนุชา กล่าวว่า การดำเนินการให้ความช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ 

กราดยิงหนองบัวลำภู ของหน่วยงานภาครัฐขณะนี้ว่า ได้เร่งดำเนินการมอบเงินเพื่อช่วยเหลือตามข้อสั่งการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ล่าสุด หน่วยงานภาครัฐมีความคืบหน้าการจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตกรณีเหตุดังกล่าว รวม 13,927,555 บาท และมีหน่วยงานที่กำลังเร่งดำเนินการจ่ายเงินให้ผู้ได้รับผลกระทบ ดังนี้

1.คณะกรรมการกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี โอนเงินช่วยเหลือเป็นค่าจัดการศพและเงินทุนเลี้ยงชีพให้กับทายาทผู้เสียชีวิต จำนวน 34 ราย รายละ 2 แสนบาท รวมเป็นเงิน 6,800,000 บาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมถึงผู้ก่อเหตุและบุคคลในครอบครัวซึ่งจะต้องมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

2.กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานยุติธรรม ให้ความช่วยเหลือรวม 3,960,000 บาท โดยมอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตรายละ 110,000 จำนวน 36 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ 10 ราย อนุมัติในหลักการให้เบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลตามรักษาจริง

3.กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และหน่วยงานในสังกัด ให้ความช่วยเหลือรวม 582,000 บาท แบ่งเป็น 1) พม. รายละ 10,000 บาท จำนวน 47 ราย รวมเป็น 470,000 บาท 2) พ.อช. รายละ 1,000 บาท จำนวน 47 ราย รวมเป็น 47,000 บาท และ 3) สมาชิกกองทุนชุมชน 74,000 บาท จำนวน 3 ราย เป็นเงิน 222,000 บาท

4.สำนักงานประกันสังคม ให้ความช่วยเหลือรวม 2,585,555 บาท โดยอนุมัติ/มอบแล้วเมื่อวันที่ 7-8 ต.ค. 65 ดังนี้ 1) สิทธิประกันสังคม 7 ราย รวมจำนวนเงิน 2,425,555 บาท (เงินเข้าวันที่ 20 ต.ค. 65) 2) กระทรวงแรงงาน มอบเงินช่วยเหลือ รายละ 5,000 บาท จำนวน 32 ราย รวมเป็นเงิน 160,000 บาท

นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานที่มีกำหนดจะมอบเงินช่วยเหลือในวันที่ 11 ต.ค. หลังพิธีพระราชทานเพลิงศพ เช่น สำนักงานจังหวัด สำนักงานจัดหางาน กองทัพบก เป็นต้น รวมทั้งมีหน่วยงานที่อยู่ระหว่างการอนุมัติเบิกจ่ายตามระเบียบของทางราชการ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดูแล เยียวยาจ่ายเงินช่วยเหลือตามหลักเกณฑ์ฯ โดยเร็วต่อไป

“ตามที่มีการสอบถามถึงการเปิดช่องทางการรับบริจาคกรณีเหตุการณ์ที่ จ.หนองบัวลำภูนั้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า เมื่อมีสาธารณภัยต่างๆ เกิดขึ้น จะมีประชาชนที่มีความประสงค์จะร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่ยังไม่มีช่องทางที่จะร่วมดำเนินการเช่นนั้นได้ ดังนั้น ที่ผ่านมาเมื่อมีสาธารณภัยเกิดขึ้น สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการกองทุนให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย จึงได้เปิดช่องทางให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสในการร่วมให้ความช่วยเหลือ โดยการรับบริจาคผ่านบัญชีธนาคาร เพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคต่อไป

“สถานะของเงินกองทุนในปัจจุบันมีเพียงพอที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยกรณีต่างๆ 

อยู่ด้วยแล้ว โดยเงินที่ได้รับบริจาคจะเป็นส่วนเพิ่มจากที่ผู้ประสบภัยได้รับจากหน่วยงานต่างๆ ตามกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ใช่กรณีที่รัฐบาลไม่จัดงบประมาณช่วยเหลือแล้วมาเปิดให้ประชาชนบริจาค ซึ่งกองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยเป็นกองทุนที่มีมานานแล้ว โดยการดำเนินการนำเงินไปบริจาคมีการดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายที่เข้มงวด มีการตรวจสอบย้อนหลังได้” นายอนุชาระบุ

นายอนุชากล่าวเพิ่มถึงการบริจาคเงินให้เหยื่อกราดยิงที่หนองบัวลำภู ว่าการรับบริจาคของรัฐบาล เป็นแค่อีกหนึ่งช่องทาง เพื่อเป็นการให้คนไทยได้แสดงความห่วงใยและเป็นการร่วมส่งกำลังใจถึงเพื่อนร่วมชาติด้วยกัน ซึ่งช่องทางของรัฐบาลเป็นอีกทางเลือกเท่านั้น

น.ส.ทิพานัน กล่าวอีกว่า รัฐบาลไม่นิ่งนอนใจ โดยนายกรัฐมนตรี ได้เตรียมระดมมาตรการเพื่อออกแบบให้สถานศึกษามีความปลอดภัยในทุกระดับ โดยเฉพาะกำลังพิจารณาแนวทางในการติดตั้งสัญญาณ SOS ขอความช่วยเหลือไปยังสถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที รวมทั้งเน้นย้ำการซักซ้อมวิธีการเอาตัวรอดจากการเผชิญเหตุร้าย เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนมีทักษะสามารถปฏิบัติตามวิธีการที่ถูกต้อง เพื่อลดการสูญเสีย และป้องกันซ้ำรอยเหตุกราดยิงศูนย์เด็กหนองบัวลำภู

รัฐบาลออกมาปัดข่าวลือหลังมีกระแสข่าว พายุเนสาท ยืนยันไม่เป็นความจริง ชี้หากมีพายุ กรมอุตุจะแจ้งก่อน 3 วัน น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวลือที่มีการเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ เกี่ยวกับพายุเนสาท ว่าจะก่อตัวในวันที่ 12 ต.ค.นี้ และพายุเข้าไทยจะกระทบทุกภาคของประเทศ โดยภาคอีสานจะได้รับผลกระทบหนักสุดว่า

ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากกรมอุตุนิยมวิทยา และเป็นข้อความที่มาจากบุคคลที่ไม่มีหน้าที่รับผิดชอบหรือหน่วยงานที่แจ้งเตือนภัยธรรมชาติโดยตรง อาจทำให้เกิดความเข้าใจที่ความคลาดเคลื่อน

แนะนำ : รีวิวเครื่องใช้ไฟฟ้า | รีวิวอาหารญี่ปุ่น| รีวิวที่เที่ยว | ดาราเอวี